ตรวสอบผลการเรียน
และเข้าสู่ระบบประเมินผล

  ครูและบุคลากรทางการศึกษา



 

  

 สถิติวันนี้ 16 คน
 สถิติเมื่อวาน 17 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
820 คน
3731 คน
235985 คน
เริ่มเมื่อ 2011-09-22

                       

 

 

 
 
 
 
 
 
 











     

นักเรียนสามารถตรวจผลการเรียนผ่านเว็บไซต์โรงเรียนได้แล้ว โดยป้อนเลขประจำตัวประชาชน และรหัสผ่าน SC123                                                                                                                                                                                                                                                                                                     

เขียนตามความคิด : กรณีการถ่ายโอนสถานศึกษา

โดย    นายบุญศรี  แสงศรี

โรงเรียนบ้านบัวเชด    สพป.สร.3

             ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง       การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในโลกแห่งการแข่งขันที่รุนแรงใบนี้ ประเทศไทยไม่ได้อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ของสังคมหมู่บ้านโลกเช่นกัน  พวกเราครูทั้งหลายเข้าใจและปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ให้ทันการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ             ภายใต้รัฐบาลที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่น  ศรัทธาคะแนนเสียงให้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์     บริหารจัดการบ้านเมือง โดยฯพณฯ  พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  นำพาประเทศไทยสู่ศักยภาพการแข่งขันระดับโลก  โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจทุนนิยม    และรัฐบาลของท่านมักจะขับเคลื่อนนโยบายด้วยการใส่เงินลงไปในทุกระดับตั้งแต่รากหญ้า  (มีเงินใช้ผีโม่แป้งได้)  หรือแม้กระทั่งใช้เงินสยบการเคลื่อนไหว  ซึ่งอาจได้ผลในด้านสังคม  เศรษฐกิจ  และการเมือง     ส่วนด้านการศึกษาเป็นข้อด้อยของรัฐบาลนี้    โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นบ้านที่มีเสาหลักค้ำจุนหลายต้น 
เสาต้นอื่นแข็งแรงหมดยกเว้น  เสาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน       เป็นเสาที่ทุกรัฐบาลมองเป็นฐานให้กับทุกภาคส่วนของสังคม
 นักการเมืองต้องการเช่นใดก็สามารถตรากฎหมายออกมาควบคุมอำนวยความสะดวกเพื่อประโยชน์ตนและพรรคการเมืองโดยไม่สนใจว่าคนที่อยู่บ้านภานใต้เสาต้นนี้จะมีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร  เจ็บปวดรวดร้าว  ขมขื่น  หรือพึงพอใจ  มันบอกเราแล้วในอดีต แล้วมาวันนี้ท่านก็จะผลักไสเสาต้นนี้ไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ด้วยวัตถุประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร ท่านนักการเมืองรู้อยู่แก่ใจ  พวกเราครูสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่ต้องการเป็นฐาน  ต้องการสังคมที่ชอบธรรม  ไม่อยากเป็น  “  ข้าฯหลายเจ้า  บ่าวหลายเฮือน”    ด้วยเหตุผล  4  ประการคือ

1.ความเป็นปูชนียบุคคลของครู
พวกเราผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นครู  ถูกบ่มเพาะให้มีคุณธรรมจริยธรรมที่ดี งดงาม  เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติที่ดีแก่บุคคลทั่วไป  โดยเฉพาะลูกศิษย์ ซึ่งเปรียบเสมือนลูกของตนเอง       เราปฏิบัติต่อศิษย์บนพื้นฐานที่  บิดามารดา  พึงทุ่มเทอุทิศตนให้กับบุตร   ดังคำกล่าวที่ว่า  “การทุ่มเทเพื่อศิษย์เป็นหน้าที่ของครู”  เรามุ่งมั่นและตระหนักในวิชาชีพ  จรรยาบรรณครู  เพียงเพื่อหวังผลต้องการสร้างคนให้เป็นคนดี  คนเก่ง  และอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างดี  ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู   พวกเรามีเกียรติมีศักดิ์ เคารพอาวุโส  เคารพในความดีงาม  และต้องการสังคมที่ชอบธรรม นั้นคือ  อิสรภาพ  ความเท่าเทียมกันและคุณธรรม   เพียงเท่านี้ปรัชญาแห่งวิชาชีพครูก็แตกต่างจากท่าน  (นักการเมือง)  โดยสิ้นเชิงแล้ว
การปฏิบัติหรือดำเนินกิจกรรมใดๆ แล้วทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เป็นทุกข์ ไม่สบายใจ เอาเปรียบผู้ด้อยโอกาสว่าปูชนียบุคคลเช่นครู ที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ เราตระหนักผิดชอบชั่วดีครับ.


2.ความเป็นกลางทางการเมือง
ในทุกยุคสมัยรัฐบาลมักอ้างว่า  ใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน  แล้วให้คนไปพัฒนาประเทศ  โดยที่กระทรวงศึกษาธิการรับหน้าเสือจัดการศึกษามาเป็น  100  กว่าปีแล้ว  และทำเพียงการภารกิจเดียว     ย่อมมีความเชี่ยวชาญชำนาญการเห็นจุดเด่นจุดด้อยของการจัดการศึกษาของประเทศ  และน่าจะมีทางเลือกที่หลากหลาย          ดีกว่าที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลองผิดลองถูก  ซึ่งไม่รู้จะใช้เวลาอีกนานแค่ไหน  ทั้งที่ภารกิจหลักของเขาเหล่านั้นคือปากท้องประชาชนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ  ซึ่งเป็นความถนัดของท่านจะด้วยเหตุใดก็ตาม  โดยนักการเมืองปรับเปลี่ยนสังกัดครูอย่างน้อย  3  ครั้ง  ตั้งแต่องค์กรบริหารส่วนจังหวัด  / สปช  /  สพฐ.  ซึ่งวุ่นวายไม่ลงตัว ผลิตภาพยังไม่ปรากฎก็จะถ่ายโอนให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นอีกแล้ว  เหตุผลที่ท่านนักการเมืองทั้งหมดอ้างดูดีแต่แฝงนัยเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองล้วน  ๆ
พวกเราเข้าใจดี  การปกครองระบอบประชาธิปไตย        ประชาชนคนไทยทุกคนต้องมีส่วนร่วมและต้องอาศัยการศึกษาเป็นพลังขับเคลื่อน  ได้โปรดขอให้การจัดการศึกษาของประเทศไทยเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์เพื่อพัฒนาคน  พัฒนาชาติให้เจริญรุ่งเรือง  เพราะคุณครูที่เป็นครูด้วยจิตวิญญาณทั้งหลาย  อยากเห็นความมั่นคงสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ  ประเทศไทยสงบสุข  คุณครูอยากเป็นกลางทางการเมืองอย่างแท้จริง  ถึงแม้จะมีครูส่วนหนึ่งที่ต้องการปีนป่ายบันไดสวรรค์  ด้วย  “การเป็นครูแต่ตัวหัวใจเป็นทาส”         (รับใช้นักการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับชาติอย่างเป็นลูกโซ่)  ก็ตาม  ขอบูชาครูที่เปี่ยมด้วย  สำนึก  จิตวิญญาณ  แห่งความเป็นครู  ตระหนักรู้ในความรับผิดชอบด้วยคุณธรรม 


3.ทฤษฎีผลประโยชน์ต่างตอบแทน
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม    การรวมกลุ่มเพื่อพิทักษ์ปกป้องผลประโยชน์กลุ่ม   พวกพ้อง    มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันแต่ความต้องการของมนุษย์มิเคยสิ้นสุดพอเพียงหาความพอดีไม่ได้จิตใจถูกครอบงำด้วยกิเลส ความทะยานอยาก  จากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะสังคมบริโภคนิยมเช่นปัจจุบัน  ปากพร่ำพูดว่าการพัฒนาใดๆก็ตามต้องพัฒนาที่คน  เป็นสูตรตายตัวนี่คือทรัพยากรที่มีค่าสูงสุด  ในทางปฏิบัติท่านกลับไปพัฒนาวัตถุถาวรที่เป็นรูปธรรม  ทรัพยากรที่เป็นรูปเงินตรา  ขยายกิจการลงทุน  (เมกะโปรเจกต์ )ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย  จุดประสงค์ที่แท้จริงของการถ่ายโอนสถานศึกษา  กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เพียงเพื่อควบคุมใช้ประโยชน์จากครูด้วยใช่หรือไม่  สำหรับครูบางท่านที่รู้จักใช้ประโชน์จากการเมืองทั้งทางตรงและทางอ้อมก็สมควรอยู่หรอกเพราะประโยชน์ต่างตอบแทน และท่านทั้งหลาย   (นักการเมืองทุกระดับ)
 มีความพยายามที่จะดึงครูให้เป็นฐานเพราะครูส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีวินัย และรักษาวินัยอย่างเคร่งครัด   กฎระเบียบของทางราชการ    ตลอดจนจรรยาบรรณวิชาชีพครู  กฎหมายให้พวกเรามีความเป็นกลางทางการเมือง   บริหารจัดการบุคคลด้วยระบบคุณธรรม  บริสุทธิ์ยุติธรรม  ไม่เอนเอียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง   ในความเป็นจริงท่านก็อาศัยครูนี้แหละเป็นฐานเสียง เพราะลูกศิษย์ลูกหาให้ความเคารพมากมาย  ซึ่งก็ได้ผลท่านได้เป็นผู้ทรงเกียรติแต่ก็มีครูส่วนหนึ่งที่มีจิตวิญญาณ  อุดมการณ์  ของความเป็นครู วางตัวเป็นกลางทางการเมือง  ท่านก็มีความพยายามจะเอา   พระราชบัญญัติขั้นตอนการกระจายอำนาจ  พ.ศ.  2542  ถ่ายโอนครูไปควบคุมอยู่ที่องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ยอมรับว่าท่านฉลาดมาก  แต่มีวิธีคิดที่แสนคับแคบ             อย่าลืมหลักปรัญชญาของเล่าจื่อปรมาจารย์แห่งเต๋าที่กล่าวว่า     “การควบคุมที่ดีที่สุด  คือการไม่ควบคุม  หรือเกิดจากการควบคุมภายใน  ไม่ใช่การควบคุมจากภายนอก”


4.ยี่ห้อครู  “Teacher  Brand”
ในอดีตยี่ห้อทำหน้าที่บ่งบอกถึงคุณภาพการทำงาน  สมรรถภาพเท่านั้น  ซึ่งไม่เพียงพอ  ปัจจุบันต้องขยายถึงวัฒนธรรมและพฤติกรรมของบุคคลนั้นด้วย    ถ้าพูดถึงยี่ห้อครูต้องดูถึงเสมาธรรมจักร  ต้นสังกัดเราเคยภาคภูมิใจที่ได้เป็นข้าราชการครูที่เป็นข้าฯ  ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ทุกครั้งที่ดูบัตรประจำตัวข้าราชการรู้สึกหัวใจพองโตอยู่ลึกๆ  แต่อยู่มาวันหนึ่งก็เปลี่ยนสถานะเป็นพนักงานราชการครู  มันอาจจะเป็นกฎธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง  ยังไม่พอต้องถ่ายโอนไปสังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น  ซึ่งท่านก็รู้ว่า  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองส่วนมากยังไม่พร้อมทั้งภูมิรู้ ภูมิธรรม อาจมีได้แค่ภูมิฐาน  ถึงจะมีภูมิแต่เทียบกับภูมิครูแล้วสัดส่วนยังห่างกันมาก  (ไม่ได้ดูถูกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ)  อย่าลอกเลียนแบบตะวันตกเขานักเลย มันคนละวิถี  คนละวัฒนธรรม  ครูเองไม่ได้รังเกียจ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ประเทศไทยเป็นของพวกเราเท่ากันแต่เรามาเป็นเพื่อนร่วมทางจัดการศึกษากันดีไหม
 ส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกัน  สร้างรัก  ศรัทธา  สามัคคี  มีคุณธรรม  ประหนึ่งฟั่นเกลียวเชือกให้สังคมเข้มแข็ง  มั่นคง  ตามภารกิจของตน  ความเป็นครูเป็นศิษย์คงยั่งยืนต่อไป
 
 กล่าวโดยสรุป   ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกท่าน  มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีจิตวิญญาณของความเป็นครู  เป็นปูชนียบุคคล  การดำเนินการทางการเมืองใดๆ  เพื่อการควบคุมฐานเสียงแบบกินรวบ โดยไม่คำนึงถึงสังคมแห่งความชอบธรรม     ครูส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย  ครูเราต้องการความเป็นกลางทางการเมือง  จัดการศึกษาอย่างบริสุทธิ์         ต้องการความมีอิสระปราศจากการแทรกแซงร่วมกันจัดการศึกษาเป็นเพื่อนร่วมทางพึ่งพาอาศัยสนับสนุนซึ่งกันและกันด้วยความรัก  ความศรัทธา  สามัคคี  มีคุณธรรม  “ยี่ห้อครูไทย  ไม่ไป  ไม่ย้าย  ไม่ถ่ายโอน”

สนใจติดตามคอลัมส์  “เขียนตามคิด” ได้ที่   http :// buachedschool . com.
หรือแลกเปลี่ยนข้อคิดได้ที่  e –mail  boonsree  @  yahoo.  com.    ก็ได้นะครับ.

 


 

โรงเรียนบ้านบัวเชด ตำบลบัวเชด อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ 32230 Tel. 044712241 Fax. 044712241 admin@buachedschool.com